หน้าแรกวรรณกรรมเรื่องสั้น นอนไม่หลับ : ธาร ยุทธชัยบดินทร์

เรื่องสั้น นอนไม่หลับ : ธาร ยุทธชัยบดินทร์

ในที่สุด  สรยุทธก็คิดหาทางแก้ไขปัญหาได้โดยไม่มีเค้าลางมาก่อน  เขาเพิ่งตระหนักว่า  ความจริงแล้วมันเป็นปัญหาที่แก้ง่ายมาก  มนุษย์เราจะทำอย่างไรได้ล่ะ  ถ้าเกิดนอนไม่หลับขึ้นมา  

โน่นไง  ร้านขายยา  ขอซื้อยานอนหลับอย่างแรงสักขวดหนึ่งได้ไหมครับ  คุณเภสัชกร  อ้าว  ไม่ได้งั้นเรอะ  ไม่ขายให้เพราะผิดกฎหมาย  จริงหรือครับ  การนอนไม่หลับของใครสักคนหนึ่งต้องมีกฎหมายเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยหรือ  อย่าเรื่องมากดีกว่ามั้ง  ขอยานอนหลับให้ผมเถอะ  ป่วยการเปล่าที่จะไปเสียเวลากับเรื่องไร้ความศักดิ์สิทธิ์พวกนั้น  ใครก็รู้ว่าในดินแดนแห่งนี้เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง  ถ้าคุณมีปัญญาจ่ายมากพอถึงระดับที่จะไม่มีใครกล้าปฏิเสธ  คนขายยายิ้มที่มุมปาก  แล้วพยักหน้าให้แก่ธนบัตรที่เขายื่นให้

ด้วยเหตุนี้  สรยุทธจึงได้ยานอนหลับชนิดหลับเป็นตายตลอดกาลมาเม็ดหนึ่ง  ใช่แล้ว  เม็ดเดียวเท่านั้น  คนขายยายืนยันเสียงแข็งว่า  มันคือยานอนหลับสูตรแรงที่สุดเท่าที่เคยมีคนปรุงขึ้นมาเลยทีเดียว  นั่นหมายความว่า  เพียงเม็ดเดียวก็เพียงพอแล้ว  

“คนเราไม่จำเป็นต้องตายถึงสองครั้งติด ๆ กันหรอกนะ”  ชายคนนั้นพูดปนหัวเราะ  ขณะยื่นเม็ดยาซึ่งบรรจุอยู่ในซองซิปสีชาส่งให้สรยุทธ  

เขาพยายามไม่สนใจกับคำพูดของคนขายยา  แต่ก็รู้สึกอุ่นใจที่มีการรับประกันว่ามันคือของแท้  และคนขายยายังได้ย้ำด้วยว่า  “หากไม่กล้ากิน  ก็อย่านำไปทิ้งลงทะเลล่ะ  เพื่อเห็นแก่สิ่งแวดล้อมของโลกอันเป็นที่รัก  เพราะฤทธิ์ยาจะทำให้ทะเลไม่มีคลื่นอีกต่อไป  มันจะนิ่งสงบชั่วนิรันดร์”  เขายิ้มให้กับคำพูดของคนขายยา  ก่อนจะนำยานอนหลับเม็ดนั้นกลับบ้าน

สรยุทธใช้เวลานั่งมองดูยานอนหลับบนโต๊ะอยู่นาน ทีเดียว  สีแดงของมันดูราวกับเลือดสด ๆ ที่หยดจากบาดแผลของมนุษย์  ยิ่งเวลาผ่านไป  เขาก็ยิ่งไม่มั่นใจว่าคนเราควรหลับหรือตื่นกันแน่  เขาหมายถึงหากจำเป็นต้องอยู่ในภาวะใดภาวะหนึ่งตลอดไป  เขาคุ้นเคยกับการตื่นเป็นอย่างดี  ต่างจากการหลับที่ห่างเหินไปนานมาก  เขาจึงมีความหวั่นกลัวอยู่ภายในใจลึก ๆ  ทว่าทุกครั้งที่สายลมหอบเอากลิ่นปัสสาวะเหม็นคละคลุ้งลอยเข้ามาทางช่องลมคราใด  เขาก็อดที่จะมองไปยังยาบนโต๊ะเม็ดนั้นไม่ได้เลย  กลิ่นเหม็นโฉ่ที่ว่านี้จะหวนกลับมาอย่างรุนแรงเสมอ (ซึ่งตามปกติก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว)  เมื่อถึงวาระครบรอบการมาเยือนของมัน  โดยกระพือขึ้นจากคราบแห้ง ๆ สีเหลืองกระดำกระด่างบนพื้นสู่อากาศเบื้องบนอันขมุกขมัว  ราวกับการเฉลิมฉลองแด่ชัยชนะของพวกสัตว์นรกฝูงหนึ่ง  จนกลายเป็นกองไฟที่พยายามเผาไหม้อยู่ภายในร่างของเขาตลอดมา  ร่างซึ่งไม่อาจล้มตัวลงนอนเพื่อหลับอย่างมีความสุขได้อีกเลย  

อย่างไรก็ตาม  คงมีแต่การนอนหลับที่จะทำให้เขาพบกับสันติสุขอย่างแท้จริง  เขาพูดกับตัวเอง  ก่อนคว้าเม็ดยาสีเลือดบนโต๊ะขึ้นมาใส่ปากเคี้ยว  และกลืนลงคออย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันการเปลี่ยนใจ  เขาคิดว่ามีเพียงความตายเท่านั้น  ที่สามารถป้องกันมนุษย์ไม่ให้เปลี่ยนใจได้อีก

หลังจากพายุลูกเห็บก้อนเท่าลูกเทนนิสกระหน่ำลงมาตลอดทั้งวันในเดือนพฤษภาคมปีนั้นแล้ว  และเมื่อพวกมันละลายกลายเป็นน้ำสีเหลืองขุ่น ๆ  ส่งกลิ่นเหม็นโฉ่เหมือนปัสสาวะเน่าที่ผ่านการหมักหมมค้างปีไปทั่วทุกหนแห่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่มันแห้งสนิทเพราะถูกแสงแดดแผดเผา  กลิ่นอันฉุนกึกฝังแน่นลึกนี้สามารถล่องลอยออกไปไกลในรัศมีหลายกิโลเมตร  

จะอยู่ที่ไหนก็คงไม่แตกต่างกัน  สรยุทธยอมรับ  แล้วนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  เขาก็ไม่เคยหลับอีกเลย  เป็นไปได้ว่ากลิ่นของมันนั่นเองที่ทำให้เขาตื่นอยู่ตลอดเวลา  คืนสุดท้ายกับการหลับฝันอันสวยสดงดงามกลายเป็นเพียงอดีตกาล  ทว่ามันก็ทำให้เขามีเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวันอย่างครบถ้วน  ไม่มีวินาทีใดวินาทีหนึ่งที่สูญหายไปในความเคลิบเคลิ้มง่วงงุน  และทำให้การนั่งสัปหงกในรถประจำทาง  ปล่อยให้น้ำลายไหลยืดเป็นสายจากริมฝีปากถึงหัวเข่าหรือพื้นรถ  กลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าเกินกว่าจะคิดอับอายเหมือนในวันเก่า ๆ

เขายังคงไปทำงานทุกเช้า  จันทร์ถึงเสาร์  และกลับมาถึงห้องพักในตอนค่ำ  เพื่อจะนั่งตื่นทำตากลมตาใสเหมือนนกฮูกอยู่ทั้งคืน  มีแค่วันอาทิตย์วันเดียวเท่านั้นที่สามารถตื่นอยู่ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องทำอะไร  นอกจากคิดอยากแย่งงานของแม่บ้านมาทำเพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายเงิน  แต่เขามักจะใช้เวลาว่างตลอดทั้งวันทั้งคืนด้วยการนึกถึงความปรารถนาต่าง ๆ เสียมากกว่า  สิ่งซึ่งไม่อาจเป็นจริงได้ในโลกที่เขาอยู่  และหากจะว่าไปแล้ว  มันก็เป็นเพียงแค่ความเพลิดเพลินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอหาได้เท่านั้น  ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรนักหรอก  เขาแค่ต้องการใช้เวลาให้หมดไป  มนุษย์จะทำอะไรที่นับเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้อีกเล่า  หากไม่สามารถนอนหลับ  ดังนั้นเขาจึงไม่อาจเข้าสู่โลกแห่งความฝันได้เหมือนคนปกติทั่วไป  ท่ามกลางกลิ่นเหม็นที่ยังคงคละคลุ้งอยู่ทั่วไปในอากาศอันน่าสะอิดสะเอียน  แม้พวกหัวโบราณหลายคนจะกล่าวชื่นชมว่ามันคือกลิ่นหอมหวนชวนดมก็ตาม

เรื่องนี้ทำให้สรยุทธไม่กล้าคบหาใครเลย  แม้แต่ผู้หญิงน่ารักสักคนในฐานะเพื่อน  ไม่ต้องพูดไกลไปถึงความสัมพันธ์ฉันคนรัก  ซึ่งย่อมจะต้องรู้จักกันในทุกแง่มุมของชีวิตทั่วไป  บางทีมันอาจจะเป็นผลกรรมที่เขาเคยทำไว้สมัยเป็นวัยรุ่นก็เป็นได้  สมัยนั้นเขาชอบนอนมาก  นอนเหมือนคนตายเลยทีเดียว  เขามักจะนอนครั้งละนาน ๆ เสมอ  จนกระทั่งอดีตคนรักของเขารับไม่ได้  และขอเลิกคบไปในที่สุด  เนื่องจากอดทนต่อการนอนมากเกินไปของเขาไม่ไหวนั่นเอง  แต่บัดนี้เขากลายเป็นมนุษย์ประหลาดผู้ไม่ยอมหลับยอมนอนเสียแล้ว  ต่อจากนั้นก็เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นอยู่รอบ ๆ ตัวเสมอ  เขาคงทนไม่ได้กับสายตาของพวกมนุษย์สามัญยามจ้องมองมนุษย์ประหลาด  ก่อนจะวิ่งหนีจากไปด้วยความหวาดกลัว  หลังจากนั้นทุกคนในเมืองนี้ก็จะรู้ความลับของเขา  และย่อมคิดด้วยความแปลกใจแกมหวาดหวั่น  ท้ายที่สุด  ทุกคนคงจะจดจำเขาไปชั่วชีวิต  ทุกคนจะพูดกันว่า  “คนบ้าอะไรนอนไม่หลับนับได้พันกว่าราตรีแล้ว”  เขาเองก็เคยคิด  และบอกกับตัวเองเช่นนั้นเหมือนกัน

แพทย์ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามคนหนึ่ง  ซึ่งดูแลรักษาสรยุทธในชั่วระยะเวลาสั้น ๆ เคยกล่าวว่า  ภาวะนอนไม่หลับขั้นรุนแรงของเขา  น่าจะเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมอันเกิดจากโปรตีนกลายพันธุ์  พบได้เพียงไม่กี่ครอบครัวในโลกนี้  และไม่สามารถรักษาให้หายได้  มันไม่เกี่ยวกับกลิ่นลูกเห็บที่ตกลงมาจากท้องฟ้าเดือนพฤษภาคมเลยแม้แต่น้อย  มิหนำซ้ำยังพูดกระทบเขาด้วยว่า  พวกหัวสมัยใหม่มักทนไม่ได้กับสิ่งที่เคยเป็นยารักษาโรคในอดีต

ในเวลาต่อมา  ด้วยระบบสืบค้นที่ทันสมัย  เขาจึงได้รู้จักนายอัลเบิร์ต  เฮอร์พิน  ชายผู้นอนไม่หลับเช่นกัน เขาไม่แน่ใจนักว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่  เนื่องจากในโลกออนไลน์ทุกวันนี้ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องโกหกพกลม  ทั้งในแบบซื่อ ๆ ของคนสามัญ  และแบบจัดตั้งจากวอร์รูมอันใหญ่โตพอ ๆ กับสนามฟุตบอล  แต่เขาก็อยากเชื่อเหลือเกินว่ามันเป็นความจริง  เพื่อที่จะได้ไม่รู้สึกเดียวดายจนเกินไปนัก  อย่างน้อยก็ยังมีคนที่ยอมเชื่อเรื่องไร้สาระพวกนี้อยู่นับล้าน  คงไม่มีใครเหงาแน่นอน  ถ้าได้อาศัยอยู่ในสังคมอันใหญ่โตขนาดนั้น

ตามข้อมูลระบุว่า  อัลเบิร์ตมีอายุยืนถึง 94 ปีเลยทีเดียว  บางเว็บไซต์อาจลดอายุลงเหลือแค่ 84 ปี  ทว่านั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร  ประเด็นมันอยู่ที่การนอนไม่หลับของอัลเบิร์ต  ชายผู้นี้ไม่เคยนอนหลับเลยตั้งแต่จำความได้  นี่พอจะถือเป็นข่าวดีได้ไหม  เขาคิดอย่างเข้าข้างตัวเอง  การนอนไม่หลับไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร  เขาเองอาจมีอายุยืนยาวได้เหมือนกัน  แต่เขาลองจินตนาการถึงการต้องอยู่บนโลกนี้นานนับศตวรรษ  แล้วก็ต้องกลัดกลุ้มใจ  มันย่อมหมายถึงการเป็นศัตรูกับเตียงนอนไปจนวันตายอย่างนั้นใช่ไหม คิดดูสิ  อายุยืนถึงร้อยปีโดยไม่เคยง่วง  ถึงตอนนั้นมนุษย์อย่างเขาจะมีสภาพจิตใจเช่นไร  จะยังคงความเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า  เมื่อไม่อาจฝันถึงเรื่องราวงดงามได้เหมือนเดิม  สรยุทธตั้งคำถาม

ที่ผ่านมาในช่วงแรก ๆ  สรยุทธพยายามไม่กลัดกลุ้มใจ  และได้ลองค้นหาความสนุกสนานในชีวิต  ด้วยการใช้เวลาที่มีอยู่อย่างมากมายในแต่ละคืน  ท่องเที่ยวไปโลกอินเทอร์เน็ตอย่างบ้าคลั่ง  โชคดีที่สมัยนี้มีแพ็กเกจเสริมประเภท “เล่นเน็ตไม่อั้น” จากผู้ให้บริการรายใหญ่ในราคาประหยัด  มันจึงทำให้เขาสามารถค้นหาไฟล์อีบุ๊กดี ๆ มาครอบครองชนิดที่พูดได้ว่าไม่มีวันอ่านหมด  เขายังสมัครบริการดูภาพยนตร์ออนไลน์ไว้ด้วย  มีภาพยนตร์หลายร้อยพันเรื่องที่เขาเพิ่งจะได้ชมเป็นครั้งแรก  มันช่างเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมพอ ๆ กันกับการได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ที่ถูกใจ  มีเหมือนกันที่ในบางคืนเขานั่งฟังเพลงเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง  เพราะในโลกแห่งการนอนไม่หลับนี้ก็มีเพลงเก่าและเพลงใหม่อยู่นับไม่ถ้วน  ประหนึ่งเฝ้าคอยให้เขามาพบและรับฟังอย่างไม่รู้จบ  เพลงเก่าในวัยเด็กทำให้เขามีความสุขและเจ็บปวดไปพร้อม ๆ กันเสมอ  ส่วนเพลงสมัยใหม่ก็ทำให้เขารู้สึกว่า  ยังเป็นคนร่วมสมัยเหมือนชาวบ้านอยู่บ้าง  ความจริงเขาน่าจะปรับตัวได้  แต่บ่อยครั้งที่เขาจะระบายอารมณ์เก็บกดจากการนั่งดมกลิ่นลูกเห็บ  ด้วยการพิมพ์ความคิดเห็นตอบกระทู้หรือคำถามต่าง ๆ ของผู้คนในโซเชียลมีเดียเพื่อเป็นธรรมทาน  แม้มีหลายครั้งจะถึงขั้นด่าทอกันด้วยถ้อยคำรุนแรงอย่างบ้าคลั่งและถ่อยเถื่อนไปบ้างก็ตาม  ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจทำทำตัว “เกรียน” อะไรหรอกนะ  มันเป็นเพียงแค่การระบายความอัดอั้นภายในหัวใจของเขาออกมาเท่านั้นเอง  ไม่ต่างจากอารมณ์เก็บกดอันเกิดจากการไปแอบรักใครสักคนในโลกออนไลน์ที่มีเจ้าของแล้ว  เหมือนดังเช่นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

การนอนไม่หลับเผาไหม้ชีวิตของสรยุทธมาโดยตลอด  และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในนั้นสลายไปในทุกวินาที  หากจะมีโมงยามใดที่หลงลืมความเจ็บปวดได้บ้าง  เขามักจะหวนคิดถึงการนอนหลับอย่างมีความสุขอยู่เสมอ  เขายิ้มอ่อนหวานให้กับความทรงจำนั้น  ราวกับการหวนคิดถึงความรักอันบริสุทธิ์ในวัยเยาว์  ครั้นเมื่อภาพฟุ้งฝันสลายไปเหมือนไฟล์ภาพที่ถูกลบออกจากระบบคอมพิวเตอร์  และมีความเป็นจริงเข้ามาแทนที่อยู่ในห้วงความคิด  เขาก็ต้องเปลี่ยนมายิ้มอย่างเยาะ ๆ ให้กับโรคนอนไม่หลับของเขาด้วยความเดือดดาล

มีหลายครั้งที่เขาเคยคิดว่า  การอพยพโยกย้ายไปยังถิ่นอื่นอาจช่วยรักษาอาการของเขาได้  ไปให้ไกลแสนไกล  แต่เขาก็อายุมากเกินกว่าจะปรับตัวเป็นคนเมืองอื่นเสียแล้ว  สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ  เขารักเมืองนี้เหลือเกิน  ด้วยมันเป็นเมืองซึ่งแม่ของเขาเกิดและตาย  เขาเองก็ต้องการตายบนแผ่นดินที่แม่ของเขาเคยนอนให้ดินกลบหน้า (ถ้าพอจะมีโชคอยู่บ้าง)  ถึงตอนนั้นเขาคงได้นอนลงเคียงข้างแม่ไปตลอดกาล  จนกว่าโลกจะแตกดับ

คิดถึงเรื่องนี้แล้วสรยุทธก็อดยิ้มออกมาไม่ได้  เขาเพิ่งจะระลึกถึงความจริงข้อนี้อย่างสด ๆ ร้อน ๆ  และคว้าจับมันเอาไว้ได้ทันในเสี้ยววินาทีสำคัญ  เหมือนดังเช่นเหยี่ยวที่ตะปบเหยื่อของมันได้อย่างแม่นยำ  ถูกต้อง  ความจริงแล้วการตื่นหรือการนอนไม่หลับของเขาเป็นเพียงเสี้ยวเวลาสั้น ๆ เมื่อเทียบกับอายุของโลกเท่านั้น  ความคิดนี้ทำให้เขาปลื้มปีติอย่างไม่บอกไม่ถูก  ไม่ต่างจากการได้รับคำอวยพรจากพระเจ้าของเขา

อย่างไรก็ตาม สรยุทธมีความสุขอยู่กับความคิดดังกล่าวเพียงไม่นานนัก  หลายวันต่อมาเขาก็ลืมแนวคิดนั้นไปเสียสนิท  เหมือนดังเช่นปรัชญาอันงดงามมากมายเคยถูกลืมมาแล้วนักต่อนัก  เขากลับมามีความทุกข์ดังเดิม  การลืมในสิ่งที่มีความสำคัญหรือมีความหมายนี้  อาจจะเป็นด้วยเขาไม่ได้ศึกษาอย่างแท้จริง  ไม่เคยได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้ง  มันเป็นเพียงแค่การระลึกได้ในชั่วขณะจิตหนึ่ง  ก่อนจะถูกโลกอันเต็มไปด้วยกลิ่นโสโครกกลบทับความจริง  เช่นเดียวกับการถีบผีเน่าลงไปอยู่ในโลงผุตามเดิม  แต่การจดบันทึกไว้ในสมุดทำให้เขาจำได้ว่า  ตนเองเคยคิดเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน  จากนั้นก็หลงลืมมันไปอย่างที่มนุษย์สามัญมักกระทำกันจนเป็นนิสัย  มัวแต่ให้ความสนใจอยู่กับกองไฟบนหลังคาบ้านที่ตนอาศัยอยู่ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด  ความจริงเปลวไฟเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีในสมองเท่านั้น  สิ่งที่เป็นจริงก็คือ  กลิ่นเหม็นเหมือนปัสสาวะในสายลมร้อนเดือนพฤษภาคม  กลิ่นของมันจะรุนแรงเป็นพิเศษในเดือนนี้เสมอ  และทำให้เขานอนไม่หลับเช่นเคย  ช่างเป็นเรื่องบ้าบอคอแตกสิ้นดีที่เขาได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้งนี้อยู่คนเดียว (แต่ถ้าไม่ใช่เขาคนเดียวล่ะ)  ขณะที่คนทั้งเมืองกลับกล่าวว่ามันคือกลิ่นหอมแห่งยุคสมัย

ลูกเห็บโสโครกยังคงตกลงมาทุกปี  กลิ่นปัสสาวะเก่าเก็บค้างศตวรรษโชยไกลไปทั่วทุกสารทิศ  ยานอนหลับหลงเหลืออยู่แค่ในเรื่องเล่า  และสรยุทธยังคงนอนไม่หลับ  มันนานเสียจนเขาเลิกจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ  หลังจากที่ยานอนหลับอย่างแรงเม็ดนั้น  ไม่ทำให้เขาหลับอย่างที่ควรจะเป็น  เหมือนต้องการให้เขามีชีวิตเพื่อเป็นพยานต่อทุกสิ่งทุกอย่าง  ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ประหนึ่งเครื่องจักรนิรันดร์  ท่ามกลางกลิ่นปัสสาวะฉุนเฉียวที่โชยมาพร้อมสายลม  ในเมืองอันโสมมนี้.

กองบรรณาธิการhttps://www.nittayasan.com
กองบรรณาธิการของ nittayasan.com เกิดขึ้นจากการรวมตัวของศิลปิน นักเขียน นักเดินทาง นักกิน หมอดู นักข่าว ช่างภาพ และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อมาใช้เวลาสร้างสรรค์คอนเทนต์ในแบบที่ nittayasan.com ต้องการ เพียงคุณเข้ามาอ่าน พวกเราก็ยินดีแล้ว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

Popular posts

My favorites

You cannot copy content of this page